การคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม
การคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม คือ การประเมินปริมาณน้ำที่โรงแรมต้องใช้ตลอดช่วงสำรอง เพื่อนำไปเลือกถังที่มีความจุใช้งานเพียงพอ จุดเริ่มต้นคือปริมาณน้ำใช้ต่อวัน ระยะเวลาที่ต้องรองรับกรณีน้ำไม่ไหล และปริมาตรน้ำที่นำออกจากถังมาใช้ได้จริง
บทความนี้ Taksak มีตัวอย่างการคำนวณสำหรับโรงแรม 30 ห้อง เพื่อใช้ประเมินความจุของถังเก็บน้ำโรงแรมเบื้องต้นก่อนให้วิศวกรตรวจสอบความเหมาะสม
สรุปประเด็นสำคัญ
- การคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรมกรณีไม่มีน้ำเติม ใช้ปริมาณน้ำที่ต้องรองรับต่อวันคูณระยะเวลาสำรอง โดยรวมกิจกรรมส่วนกลางให้ครบและไม่นับซ้ำ
- การคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม 30 ห้องในตัวอย่างสมมติ กรณีห้องเต็มใช้น้ำรวม 15,000 ลิตรต่อวัน จึงต้องมีน้ำใช้งานได้ 30,000 ลิตรเมื่อสำรอง 2 วัน
- ถังเก็บน้ำโรงแรมต้องตรวจปริมาตรระหว่างระดับน้ำใช้งานสูงสุด กับระดับต่ำสุดที่ระบบจ่ายน้ำได้ เพราะความจุเต็มถังอาจไม่ใช่ปริมาตรที่ใช้งานได้ทั้งหมด
ก่อนคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง ?
ก่อนคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม ควรรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้ใช้น้ำ ปริมาณการใช้น้ำต่อวัน และระยะเวลาสำรองน้ำ เพื่อประเมินความจุถังให้เหมาะสม ทั้งถังตั้งพื้นและถังแชมเปญ โดยพิจารณาพื้นที่ติดตั้งและระบบจ่ายน้ำร่วมด้วย ซึ่งข้อมูลหลักสำหรับคำนวณถังน้ำโรงแรม มีดังนี้
- จำนวนห้อง คนต่อห้อง และผู้เข้าพักช่วงห้องเต็ม
- จำนวนพนักงานและกิจกรรมส่วนกลาง เช่น ครัว ซักรีด สวน และสระ
- ปริมาณน้ำใช้ย้อนหลังและประวัติน้ำหยุดจ่าย
- ความจุถังเดิม ระดับควบคุมน้ำ และแหล่งเติมสำรอง
- กิจกรรมที่ต้องดำเนินต่อระหว่างน้ำไม่ไหล
ข้อมูลจาก US EPA WaterSense ระบุว่าโรงแรมมีการใช้น้ำหลายส่วน ทั้งห้องน้ำ งานซักรีด สวน และครัว จึงควรประเมินการใช้น้ำให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมก่อนกำหนดขนาดถัง
โรงแรมที่เปิดบริการแล้ว ควรใช้ข้อมูลย้อนหลังอย่างไร ?
โรงแรมที่เปิดแล้วควรเทียบมิเตอร์รายวันกับจำนวนแขกและกิจกรรม เพราะค่าเฉลี่ยรายเดือนอาจไม่สะท้อนวันที่ใช้น้ำมาก ก่อนคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรมควรตรวจยอดผิดปกติจากการรั่วด้วย
โรงแรมเปิดใหม่ ควรตั้งสมมติฐานอย่างไร ?
โรงแรมเปิดใหม่ควรใช้จำนวนแขกที่ต้องรองรับ และบริการจริงเป็นฐานคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม พร้อมให้ผู้ออกแบบตรวจอัตราใช้น้ำ โดยระบุหน่วยต่อคนหรือต่อห้อง และกิจกรรมที่รวมแล้วให้ชัด
สูตรคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม ใช้อย่างไร ?
สูตรคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรมสำหรับกรณีไม่มีน้ำเติม คือ ปริมาณน้ำที่ต้องรองรับต่อวัน × ระยะเวลาสำรอง = ปริมาตรน้ำสำรองที่ต้องใช้ สูตรนี้สมมติว่ามีน้ำสำรองพร้อมตามปริมาตรที่กำหนดเมื่อเริ่มหยุดจ่าย และใช้น้ำตามฐานที่ประเมินไว้
ปริมาตรน้ำสำรอง (ลิตร) = น้ำใช้ที่ต้องรองรับ (ลิตร/วัน) × ระยะเวลาสำรอง (วัน)
ลำดับการคำนวณเบื้องต้นมีดังนี้
- กำหนดสถานการณ์ เช่น รองรับช่วงห้องเต็มและไม่มีน้ำเติม
- คำนวณปริมาณน้ำใช้ของผู้เข้าพักและกิจกรรมที่ต้องดำเนินต่อ
- รวมปริมาณน้ำต่อวันโดยตรวจว่าแต่ละส่วนไม่ซ้ำกัน
- คูณระยะเวลาที่ต้องการสำรอง
- ตรวจว่าความจุใช้งานจริงของถังรองรับปริมาตรที่คำนวณได้
หากใช้น้ำต่างกันแต่ละวัน ให้รวมความต้องการรายวันแทน ส่วนกรณีมีน้ำเติมต้องเทียบเวลาน้ำเข้าและน้ำออก เพราะยอดรวมทั้งวันอาจไม่สะท้อนช่วงที่ถังหมดก่อนน้ำเติม
ประเมินปริมาณน้ำใช้ต่อวันอย่างไร ไม่ให้นับซ้ำ ?
การคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม ต้องเลือกฐานข้อมูลว่าจะใช้ยอดมิเตอร์รวม หรือรวมรายการใช้น้ำแยกส่วน หากยอดมิเตอร์ครอบคลุมทั้งโรงแรมอยู่แล้ว ไม่ควรนำปริมาณซักรีดหรือครัวมาบวกซ้ำอีกครั้ง
แปลงปริมาตรน้ำสำรอง เป็นความจุถังที่เลือกซื้ออย่างไร ?
ผลคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรมต้องนำไปเลือกถังที่มี ปริมาตรใช้งานจริงไม่น้อยกว่าน้ำสำรองที่ต้องใช้ โดยแปลงหน่วยด้วยความสัมพันธ์ 1 ลูกบาศก์เมตร หรือ 1 คิว เท่ากับ 1,000 ลิตร จากนั้นตรวจระดับน้ำที่ระบบสามารถนำออกมาใช้ได้จริง
ส่วนต่างระหว่างระดับน้ำใช้งานสูงสุดกับระดับต่ำสุดที่ระบบยังจ่ายได้ คือช่วงปริมาตรที่ควรนำมาพิจารณา ไม่ใช่ปริมาตรเต็มถังจนถึงขอบ เพราะยังมีข้อจำกัดจากตำแหน่งทางออกและการตั้งระดับควบคุม
ตัวอย่างคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม 30 ห้อง ทำอย่างไร ?
ตัวอย่างคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม 30 ห้องด้านล่างได้ความต้องการน้ำสำรอง 22,800 ลิตรเมื่อเข้าพัก 70% และ 30,000 ลิตรเมื่อห้องเต็ม สำหรับการสำรอง 2 วันโดยไม่มีน้ำเติม ตัวเลขทุกตัวเป็นสมมติฐานเพื่อสาธิตวิธีคิด ไม่ใช่อัตรามาตรฐานหรือขนาดถังที่ใช้ได้กับโรงแรม 30 ห้องทุกแห่ง
กำหนดให้ห้องที่มีผู้เข้าพักมี 2 คนต่อห้อง ใช้น้ำเฉพาะในห้องพัก 200 ลิตรต่อคนต่อวัน และมีน้ำใช้ส่วนอื่นรวม 3,000 ลิตรต่อวัน สมมติให้น้ำส่วนอื่นคงที่เพื่อเปรียบเทียบผลจากจำนวนแขก โดยยังไม่รวมปริมาตรน้ำดับเพลิง
| รายการสมมติ | เข้าพัก 70% | ห้องเต็ม 100% |
|---|---|---|
| จำนวนห้องที่มีผู้เข้าพัก | 21 ห้อง | 30ห้อง |
| จำนวนผู้เข้าพัก ห้องละ 2 คน | 42 คน | 60 คน |
| น้ำใช้เฉพาะห้องพัก 200 ลิตร/คน/วัน | 8,400 ลิตร/วัน | 12,000 ลิตร/วัน |
| ปริมาณน้ำรวมต่อวัน | 11,400 ลิตร/วัน | 15,000 ลิตร/วัน |
| น้ำสำรองสำหรับ 2 วัน | 22,800 ลิตร | 30,000 ลิตร |
| ปริมาตรน้ำสำรองในหน่วยคิว | 22.8 คิว | 30 คิว |
เมื่อนำกรณีห้องเต็มมาแทนค่า จะได้ [(30 × 2 × 200) + 3,000] × 2 = 30,000 ลิตร หรือ 30 คิว
ผลลัพธ์ 30 คิวเป็นน้ำที่ต้องนำมาใช้ได้จริงตลอดช่วงสำรอง ก่อนเทียบกับความจุถังแชมเปญ ต้องตรวจปริมาตรใช้งานและระดับน้ำเริ่มต้นอีกครั้ง หากช่วงเริ่มน้ำหยุดจ่ายมีน้ำในถังต่ำกว่าปริมาตรนี้ ระยะเวลาที่รองรับได้ก็จะสั้นลง
ในโรงแรมจริง งานซักรีดและครัวอาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนแขก จึงต้องเปลี่ยนค่า 3,000 ลิตรต่อวันให้ตรงกับสถานการณ์ ไม่ใช้ตัวเลขคงที่จากตัวอย่างโดยอัตโนมัติ
โรงแรม ควรสำรองน้ำกี่วัน ?
โรงแรมสามารถประเมินการสำรองน้ำ 1 วัน หรือ 2 วัน เป็นกรณีเปรียบเทียบเบื้องต้น โดยพิจารณาจากความเสี่ยงน้ำหยุดจ่ายและความต้องการใช้น้ำของโครงการ ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวไม่ใช่ข้อกำหนดขั้นต่ำสำหรับโรงแรมทุกแห่ง
การเลือกความจุถังจึงควรพิจารณาประวัติน้ำหยุดจ่าย แหล่งน้ำสำรองน้ำ จำนวนผู้เข้าพัก และกิจกรรมที่จำเป็นต้องดำเนินต่อ หากพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำนานกว่า 2 วัน ควรเพิ่มระยะเวลาสำรองน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความจุถึงต้องคำนึงถึงการหมุนเวียนน้ำด้วย โดย CDC แนะนำให้เลือกขนาดถังให้เหมาะสมและดูแลระบบน้ำอย่างเป็นระบบ เนื่องจากน้ำที่ค้างอยู่ในระบบเป็นเวลานานอาจเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อลีจิเนลลา
เลือกถังเก็บน้ำโรงแรม จากผลคำนวณอย่างไร ?
การเลือกถังเก็บน้ำโรงแรม ควรเลือกถังที่มีความจุใช้งานที่รองรับผลคำนวณ พร้อมตรวจสอบพื้นที่ติดตั้ง โครงสร้าง และวิธีบำรุงรักษา หากสนใจถังเก็บน้ำทรงสูง สามารถเปรียบเทียบขนาดถังแชมเปญ กับข้อมูลโครงการก่อนขอรายละเอียดแบบและราคา
หลังคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรมแล้ว ควรตรวจเวลาเติมน้ำกลับ ระดับถัง ระบบจ่ายน้ำ และแผนปิดล้างถังด้วย ความจุมากไม่ได้ยืนยันว่าแรงดันจะเพียงพอทุกชั้น
ควรใช้ถังเก็บน้ำโรงแรมถังเดียวหรือแบ่งหลายถัง ?
ถังเก็บน้ำโรงแรมหลายถังช่วยแยกปิดบำรุงรักษาได้เมื่อท่อและวาล์วออกแบบรองรับ ส่วนถังเดียวต้องเตรียมแผนจ่ายน้ำระหว่างปิดล้าง เมื่อปิดถังหนึ่งใบ ต้องตรวจว่าถังที่เหลือรองรับการใช้ช่วงปิดซ่อมได้หรือไม่
ก่อนสั่งผลิตถังเก็บน้ำโรงแรม ต้องให้วิศวกรตรวจเรื่องใด ?
ก่อนสั่งผลิตถังเก็บน้ำโรงแรม ควรให้วิศวกรตรวจความจุใช้งาน โครงสร้างรองรับ และความสัมพันธ์กับระบบน้ำของอาคาร เพื่อให้ขนาดถังที่เลือกนำไปใช้งานได้ตามแผน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- ฐานราก สภาพดิน น้ำหนัก และแรงที่เกี่ยวข้อง
- ระดับควบคุมน้ำและปริมาตรใช้งาน
- อัตราเติมน้ำและการจ่ายช่วงใช้พร้อมกัน
- การปิดซ่อมและทางเข้าบำรุงรักษา
- น้ำสำรองดับเพลิงตามแบบอาคาร
ทั้งนี้ น้ำสำรองดับเพลิงต้องพิจารณาแยกจากน้ำใช้ทั่วไป แม้จะเก็บในถังใบเดียวกัน ก็ไม่ควรนำปริมาตรที่จัดสรรไว้สำหรับดับเพลิงมาคำนวณเป็นน้ำใช้ทั่วไป โดยไม่ผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม
โรงแรมจำนวนห้องเท่ากัน ใช้ถังเก็บน้ำขนาดเดียวกันได้ไหม ?
โรงแรมจำนวนห้องเท่ากันอาจใช้ถังต่างขนาด เพราะจำนวนแขกและบริการส่วนกลางต่างกัน ต้องประเมินครัว ซักรีด และงานจัดเลี้ยงตามจริง
คำนวณจากบิลค่าน้ำเฉลี่ยอย่างเดียวได้ไหม ?
บิลค่าน้ำเฉลี่ยใช้ประเมินภาพรวมได้ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับตรวจช่วงห้องเต็มหรือวันที่ใช้น้ำสูง ควรเทียบกับบันทึกมิเตอร์รายวัน จำนวนแขก และเหตุการณ์พิเศษก่อนกำหนดฐานน้ำสำรอง
น้ำสำหรับซักรีดและสระว่ายน้ำต้องนับเพิ่มไหม ?
น้ำซักรีดและน้ำเติมสระต้องนับเพิ่มเมื่อยังไม่รวมอยู่ในข้อมูลตั้งต้น และเป็นกิจกรรมที่ต้องรองรับในช่วงสำรอง หากใช้ยอดมิเตอร์รวมซึ่งนับกิจกรรมเหล่านี้แล้ว ไม่ต้องบวกซ้ำ ส่วนสระว่ายน้ำให้พิจารณาน้ำเติมและงานบำรุงรักษาตามจริง ไม่ใช่ปริมาตรเต็มสระทุกวัน
มีน้ำสำรองพอแล้ว ทำไมน้ำยังไหลอ่อน ?
น้ำสำรองเพียงพอไม่ได้หมายความว่าระบบจะจ่ายน้ำได้ด้วยแรงดันและอัตราไหลที่ต้องการ
น้ำไหลอ่อนอาจเกี่ยวข้องกับระดับน้ำ ปั๊ม ท่อ วาล์ว หรือการใช้พร้อมกัน จึงควรให้ผู้ดูแลระบบตรวจสาเหตุก่อนแก้ด้วยการเพิ่มขนาดถัง
สรุปเรื่องคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรม
การคำนวณถังเก็บน้ำโรงแรมควรพิจารณาจำนวนผู้เข้าพัก ปริมาณน้ำใช้ และระยะเวลาสำรอง เพื่อประเมินความจุให้เหมาะสมกับการใช้งาน ก่อนให้วิศวกรตรวจสอบระบบและรูปแบบติดตั้ง
หากโครงการของท่านต้องการถังเก็บน้ำทรงสูง บริษัท ทักศักดิ์ การช่าง จำกัด (Taksak) รับผลิตและติดตั้งถังแชมเปญ รวมถึงงานฐานรากและโครงสร้างรองรับ สามารถปรึกษาโรงงานผลิตถังแชมเปญ พร้อมแจ้งผลคำนวณเบื้องต้นและข้อมูลพื้นที่ เพื่อสอบถามรายละเอียดการผลิตและติดตั้งได้เลย